Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กรกฎาคม 6th, 2008

วันนี้ฉันตี่นนอนด้วยอาการที่ปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนแทบลุกไม่ขึ้น สาเหตุก็มาจากเมื่อวานเพิ่งลงเรียนโยคะกับครูสอนโยคะคนใหม่เป็นวันแรก หลังจากห่างหายกับการเรียนมานานเกือบเดือน ครูคนใหม่ของฉันชื่อลิซ่าค่ะ อายุ 42 ปี ตอนที่เห็นในรูปครั้งแรกอึ้งค่ะ เพราะมีรอยสักเต็มแขน และรูปร่างก็ค่อนข้างใหญ่แตกต่างจากครูสอนโยคะคนเก่าที่รูปร่างดีมาก คิดในใจว่าจะลงเรียนดีหรือเปล่านะ แต่เมื่อได้เจอตัวจริงและได้เรียน กับครูแล้ว ครูสอนดีมาก รอยสักที่ฉันคิดว่ามันน่าเกลียดนั้น จริงๆ แล้วมันก็สวยดี ถึงแม้ว่าหุ่นครูจะใหญ่ไปนิดแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสอนซักนิดเดียว ตรงกันข้ามครูเล่นได้ดีมากเกินไปด้วยซ้ำ ฉันเล่นไม่ถึงสิบนาทีเหงื่อก็ออกเต็มตัวแล้ว ครั้งแรกที่ฉันตัดสินใจลงเรียนโยคะเมื่อก่อนหน้านี้ก็เพราะตามเพื่อนค่ะ ปกติเป็นคนที่ค่อนข้างขี้เกียจออกกำลังกายมาก ทั้งๆ ที่สมัยตอนเป็นวัยรุ่นก็เป็นนักกีฬาคนหนึ่งเหมือนกัน ตอนที่เล่นช่วงแรกๆ ก็เจ็บไปหมดทั้งตัวจนเกือบจะถอดใจแล้ว คิดแต่ว่ากรูจะทรมานตัวเองไปทำไม(วะ) แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อก็รู้สึกว่ากระชับขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และที่ถูกใจมากที่สุดคือน้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วย อ่านแล้วอย่าตกใจจนพาลไม่กล้าเล่นโยคะนะคะ เพราะจริงๆ แล้วถ้าเราเล่นโยคะควบคู่กับการควบคุมอาหาร รับรองน้ำหนักลดแน่นอนค่ะ แถมลดแบบสุขภาพดีด้วยนะคะ ที่กล้ายืนยันเพราะมีพี่ๆ หลายคนเป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ สาเหตุที่ฉันน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็เพราะว่าหลังจากเล่นโยคะเสร็จก็จะไปทานอาหารทันที จากเดิมเป็นคนที่ค่อนข้างผอมมากและทานอาหารต่อมื้อได้น้อย ก็ทานได้มากขึ้น ทำให้น้ำหนักจากเดิม 45 กิโลก็เพิ่มเป็น 48 กิโล
คิดว่าจะพยายามให้น้ำหนักเพิ่มอีกสักสองกิโลจะได้มีรูปร่างเป็นเนื้อกับเขาบ้าง

Read Full Post »

ใครเคยเป็นแผลร้อนในยกมือขึ้น ?
เชื่อว่ามีใครหลายคนก็เคยเป็นโรคนี้นะคะ แผลร้อนในเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเกิดขึ้นที่เยื่อบุผิวของช่องปากที่อาจเกิดเพียงหนึ่งหรือหลายแห่ง ซึ่งเจ็บปวดมาก สาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน สภาพทางจิตใจและสังคม เกิดจากความเครียดและมีการทำงานที่มีความแข่งขันสูง อาจเกิดจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ และภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะขาดธาตุเหล็ก โฟเลท หรือวิตามินบี 12 นอกจากนี้ยังพบได้ในผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน
ลักษณะแผลร้อนใน
1.แผลร้อนในขนาดเล็ก พบได้บ่อยในกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 15-45 ปี พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย มักพบบริเวณเยื่อเมือกด้านริมฝีปาก ด้านแก้ม, กระพุ้งแก้ม และขอบของลิ้น รอยโรคมักปรากฏอยู่ในช่องปาก ประมาณ 14 วัน และมีอาการเจ็บปวดในช่วงสั้นๆ แต่เมื่อเยื่อบุผิวในช่องปากฉีกขาด จะเป็นแผลซึ่งมีลักษณะกลมรี มีสีเหลืองอ่อนและมีความเจ็บปวดมากขึ้น
2. แผลร้อนในขนาดใหญ่ พบได้น้อยกว่าแผลขนาดเล็ก แต่ทำให้ผู้ป่วยมีความเจ็บปวดการทานอาหาร การพูด หรือการกลืนน้ำลายจะยากลำบาก พบได้ทุกบริเวณในช่องปาก การหายของแผลกินเวลาประมาณ 10-40 วัน มักมีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่
3. แผลชนิดคล้ายเฮอร์ปีส์ (herpetiform ulceration) มีลักษณะคล้ายแผลขนาดเล็ก พบได้บ่อยบริเวณใต้ลิ้น เพดานอ่อน ริมฝีปากด้านใน ลักษณะแผลจะเป็นกลุ่มและเจ็บปวด หายได้ภายใน 10-14 วัน ผู้ป่วยมักกลืนลำบาก และน้ำหนักลด เนื่องจากรับประทานอาหารลำบากและไม่เพียงพอ
ในปัจจุบันยังไม่ยาชนิดใดรักษาโรคนี้ให้หายขาด โดยไม่ปรากฏอาการเกิดขึ้นมาอีก ดังนั้น การรักษาที่นิยมในปัจจุบันคือ รักษาไปตามอาการโดยให้ สเตียรอยด์ทาเฉพาะที่ เพื่อลดอาการเจ็บและอาการอักเสบ
เมื่อมีอาการเป็นแผลร้อนใน ควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด และอาหารที่มีกรดหรือรสเปรี้ยวเช่น ผักดอง รวมไปถึงขนมหวานที่เคี้ยวจนเหนียว รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้แผลในปากที่เป็นอยู่มีอาการรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ควรบ้วนปากด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง และถ้าแผลไม่หายภายในสามสัปดาห์ควรไปพบแพทย์
พึงระลึกไว้ว่า แผลร้อนในเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเหนื่อยล้าหรือทรุดโทรม จึงต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงด้วยการกินอาหารให้เหมาะสม นอนหลับอย่างเพียงพอและออกกำลังกายกลางแจ้งในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคนี้ลงไปได้ค่ะ

Read Full Post »