Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘ความทรงจำของปินดา’

ในชีวิตช่วงที่ยังเป็นวัยรุ่น ฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เกาะสอง ประเทศพม่าโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งไปครั้งนี้ฟรีหมดเพราะไปในคณะของทหารที่ไปราชการที่นั่น ฉันและเพื่อนผู้หญิงอีกสามคนพร้อมทั้งผู้ใหญ่อีก 2-3 คนไปรอเจ้าหน้าที่บางคนที่ท่าเรือสะพานปลาระนอง ตอนที่กำลังยืนมองโน่นมองนี่ตามประสา สายตาก็ไปจ๊ะเอ๋กับชายหนุ่มหน้าตาดี ซึ่งเขาก็คงจะรู้ว่าพวกเรากำลังแซวกันเองอยู่ ก็เลยเดินเตร่เข้ามาใกล้ๆ ที่พวกเรายืน เพื่อนๆ ก็เลยยิ่งแซวกันใหญ่ ตอนที่พวกเราลงเรือเขาก็ตามลงมานั่งเรือลำเดียวกันอีกต่างหาก (ฉันก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่คนไทยแต่เป็นหนุ่มพม่าที่หน้าตาดี แถมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอะไรประมาณนั้น)
นั่งเรือจากท่าเรือสะพานปลาไปถึงเกาะสองใช้เวลาประมาณสามสิบนาที ตอนที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เกาะสองปกติจะต้องมีการสอบถามรายละเอียด และเสียค่าผ่านทางอีกคนละ 25 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบถามชื่อฉันเป็นคนแรก แต่ไม่ทันได้จ่ายตังค์ เจ้าหน้าที่ที่ฉันไปด้วยก็คุยกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจเป็นภาษาพม่าเสียงรัวเร็ว  เขาก็เลยปล่อยให้พวกเราผ่านทางโดยไม่ต้องเสียตังค์ ล่ามเขาก็แปลให้ฟังว่าพวกเรามากับเจ้าหน้าที่ที่มาในราชการไม่ต้องจ่าย ก็เลยสบายไป…
ที่เกาะสองมีตึกใหญ่โตหลายแห่ง แต่ตามตลาดนัดค่อนข้างจะวุ่นวายและดูเก่าๆ โทรมๆ ของที่นี่ราคาถูกมาก  ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเลียนแบบและนำเข้าจากจีนแดง เวลาซื้อของจะต้องต่อราคาเต็มที่เพราะจะตั้งราคาสูงไว้มาก  บุหรี่ที่นี่ราคาซองละ 10-15 บาท ฉันเองก็ซื้อไปฝากตาหลายซองเหมือนกัน  หลังจากเดินวนเวียนอยู่ในตลาดสดจนเมื่อยก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน ร้านที่ฉันไปนั่งทาน ทั้งคนขาย คนเสิร์ฟ และพ่อครัว เป็นผู้ชายทั้งหมด ที่ติดใจอยู่อย่างนึงคือโรตีนุ่มดีและอร่อยด้วยเลยจัดการซะ 2 จาน เวลาเช็คบิลเขาจะคิดราคาเป็นเงินพม่า ได้ยินครั้งแรกก็ตกใจคิดว่าทำไมแพงขนาดนี้ แต่พอเทียบเป็นเงินไทย  ราคาก็พอๆกับที่บ้านเรา
การจราจรที่นี่ค่อนข้างวุ่นวายไม่เป็นระเบียบ รถที่วิ่งบนท้องถนนส่วนใหญ่เป็นรถมอเตอร์ไซด์  ทำเอาฉันเกือบโดนรถชนตอนที่กำลังข้ามถนน เป็นรถมอเตอร์ไซด์บรรทุกปี๊บน้ำมันค่ะ ปี๊บชนโดนเข่าเสียงดังมาก ทั้งอายทั้งเจ็บ แถมเจ้าของรถยังหันมายิ้มให้ทีนึงแล้วรีบขับรถหนีหายไปในฝูงรถอันวุ่นวาย ทำเอาวันนั้นทั้งวันฉันต้องมีคนพาเดินข้ามถนนตลอด [...]

Read Full Post »

******เห็นใครๆ ต่างก็มีบล็อกส่วนตัวกันทั้งนั้น ทำให้ฉันเกิดอาการอยากมีขึ้นมาบ้าง แต่จะทำยังไงดี จะเขียนหัวข้ออะไรดี แม้แต่คำขึ้นต้นก็ยังนึกไม่ออก อาจจะเป็นเพราะว่าห่างหายกับการเขียนมานานมากเหลือเกิน ย้อนกลับไปสมัยยังเป็นวัยรุ่น (ตอนนี้ก็ยังรุ่นนะคะ) ค่อนข้างเป็นคนที่เพ้อฝันและชอบขีดๆ เขียนๆ เห็นดาวเห็นเดือนเห็นตะวัน ก็เขียนเป็นกลอนได้เป็นวรรคเป็นเวร บ่อยครั้งที่ฉันต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปช่วยแม่ที่ตลาด หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจก็มักจะไปนั่งที่ร้านกาแฟของเพื่อนตอนตีห้ากว่าๆ ฉันชอบดื่มกาแฟดำ บวกกับปาท่องโก๋ร้อนๆ โอ้โห อร่อยอย่าบอกใครเชียว พร้อมๆ กับนั่งมองดูความวุ่นวายของตลาดยามใกล้รุ่ง เสียงแม่ค้าคุยกันดังลั่น เสียงรถผ่านไปมา เสียงเพลงจากรถขายผ้า ฯลฯ ฉันว่ามันได้อารมณ์แปลกๆ ดีนะ

      ฉันมักจะชอบนั่งละเลียดจิบกาแฟมองดูดวงตะวันที่กำลังค่อยๆ โผล่พ้นทิวเขาสีน้ำเงินทะมึน จนเลยพ้นทิวเขาและแสงสว่างเริ่มรำไร นั่นแหละ ฉันถึงจะลุกจากที่นั่งประจำเพื่อกลับไปนั่งเขียนกลอนต่อที่บ้าน ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวไปช่วยแม่ที่ตลาด เป็นกิจวัตรประจำวันของฉันเลยทีเดียว เฮ้อ! คิดถึงวันเก่าๆ แล้วพาลน้ำตาจะไหล เพราะกว่าสิบปีมาแล้วที่ฉันไม่ได้มีโอกาสอย่างที่เคยเป็นมา

Read Full Post »