Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘เรื่องแมวๆ’

หลังจากเข้าๆออกๆโรงพยาบาล(สัตว์) ประมาณ 2 ปี อาการของเบนซ์ก็ไม่ดีขึ้น จนถึงช่วงก่อนที่ฉันจะย้ายไปอยู่อพาร์ทเมนท์ไม่กี่วัน อาการเจ้าเบนซ์ก็กำเริบอีก จากที่เคยฉี่ออกเป็นเลือดก็กลายเป็นว่าฉี่ไม่ออกเลย  ก็เลยต้องรีบพาไปโรงพยาบาล คราวนี้เจ้าเบนซ์ต้องอยู่ในโรงพยาบาลนานที่สุดคือ 10 วัน เนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ฉันจึงไปเยี่ยมดูอาการมันทุกวันทั้งก่อนไปทำงาน ตอนเที่ยง และตอนกลับจากที่ทำงาน  บางคนอาจจะคิดว่าฉันทำเกินไปหรือเปล่า ขอบอกว่าไม่เลย เพราะตามธรรมชาติของแมวถ้าไปอยู่ในที่แปลกถิ่น จะค่อนข้างเครียดและกลัวง่ายมาก ดังนั้น การที่ฉันไปเยี่ยมมันบ่อยก็เป็นการดีตรงที่ทำให้แมวรู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และช่วยไม่ให้แมวเครียดมากกว่าเดิม ทุกครั้งเวลามันเห็นหน้าฉัน มันจะพยายามคลานออกมาหา (มันไม่สบายมากจนเดินไม่ไหว) แล้วเอาหน้ามาถูกับมือของฉันเหมือนจะบอกว่าให้ช่วยเกาคางให้มันหน่อย…
จนวันที่ 11 อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งฉันก็เดาว่าน่าจะเป็นเพราะมันอยู่ในกรงแคบเป็นเวลานาน ก็เลยขออนุญาตคุณหมอนำแมวกลับไปที่บ้าน เมื่อเจ้าเบนซ์กลับถึงบ้าน หน้าตาของมันก็ดูสดใสขึ้นมากจนฉันเบาใจ แต่พอนอนที่บ้านได้สองคืน เจ้าเบนซ์ก็อาการหนักอีก ฉันก็พาไปหาหมออีกครั้ง เจ้าเบนซ์นอนที่โรงพยาบาลได้ 1คืน พอวันที่สองตอนเที่ยงฉันแวะไปเยี่ยมมันที่โรงพยาบาล ครั้งนี้มันไม่สามารถลุกเองได้เลย มันนอนมองหน้าฉันด้วยแววตาที่ดูแปลกๆ ไป ฉันนั่งเกาคางและพูดกับมันไปเรื่อยๆ ได้สักพัก ฉันก็กลับบ้าน หลังจากฉันกลับถึงบ้านประมาณ 1 ชั่วโมง ทางโรงพยาบาลก็โทรไปแจ้งว่าเจ้าเบนซ์เสียแล้ว ฉันก็รีบกลับไปที่โรงพยาบาลทันที……โชคดีที่กรงของเจ้าเบนซ์อยู่บริเวณด้านหลังโรงพยาบาล  ฉันก็เลยนั่งร้องไห้อยู่ข้างกรงได้อย่างไม่อายใคร…..
หลังจากร้องไห้ไปได้ซักพักใหญ่ ฉันก็ถามคุณหมอถึงค่ารักษาเจ้าเบนซ์ แต่เชื่อมั๊ยว่าคุณหมอไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว บอกแต่ว่าหมอเสียใจด้วย แล้วมองหน้าฉันอย่างเข้าใจ แถมยังบอกอีกว่าจะฝากเจ้าเบนซ์ไว้กับหมอก็ได้ แต่พอหมอบอกว่าจะต้องเผา ฉันก็เลยรีบปฏิเสธ โชคดีที่แม่มาที่ภูเก็ตพอดี ก็เลยได้ฝากให้แม่นำไปฝังที่บ้านที่ต่างจังหวัด ตอนหลังแม่ก็โทรมาเล่าว่าแปลกมากที่ร่างของเจ้าเบนซ์ยังนิ่มเหมือนแมวยังไม่ตายทั้งๆ [...]

Read Full Post »

เจ้าเบนซ์ค่อนข้างจะติดฉันมากทีเดียว ทุกวันเวลาฉันกลับบ้าน ไม่ว่าจะดึกขนาดไหนก็ตาม พอเปิดประตูบ้านปุ๊บก็จะเห็นเจ้าเบนซ์นั่งเสนอหน้าอยู่แล้ว ในขณะที่อีก 2 ตัว ยังเพิ่งเดินตางัวเงียออกมา ทุกๆ คืนมันจะนอนหนุนหมอนเดียวกับฉัน บางครั้งก็มีเสียงกรนเป็นของแถม พอให้ได้นอนยิ้มเพราะขำมันแทบทุกคืน
เนื่องจากมันอ้วนมาก ก็เลยไม่สามารถยกขาเพื่อจะฉี่เหมือนกับแมวทั่วๆ ไปได้ เวลามันฉี่ก็จะนั่งแหมะอยู่บนพื้นเหมือนกับเด็ก มีอยู่วันนึง ฉันสังเกตเห็นมันซึมๆ ไป และชอบนั่งฉี่เป็นเวลานาน ก็ยังไม่เอะใจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ จนอีกหลายวันต่อมาเจอเลือดสดๆ หยดอยู่บนผ้าเช็ดเท้าที่วางหน้าห้องน้ำ ก็เลยพาไปหาหมอ ปรากฏว่ามันเป็นโรคนิ่วค่ะ หมอบอกว่าสาเหตุมาจากกินแต่อาหารเม็ด ซึ่งมีไขมันเยอะมาก หมอก็ได้สอบถามยี่ห้ออาหารที่ให้แมวกิน ซึ่งพอแจ้งไปหมอก็บอกว่าโดยส่วนใหญ่แมวที่กินอาหารยี่ห้อนี้มักจะเป็นโรคนิ่ว ก็เลยต้องเปลี่ยนยี่ห้อ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงแต่ก็ยอมเพื่อแมวค่ะ แต่ผ่านไปซักระยะนึงอาการก็กำเริบขึ้นมาอีก เจ้าเบนซ์ก็เลยต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลสัตว์ทุกเดือน จนกลายเป็นคน(ตัว)ไข้ประจำโรงพยาบาลไปเลย

Read Full Post »

เมื่อเจ้าเบนซ์โดนหั่นจู๋
ด้วยความที่มันจะคอยหาเรื่องแมวตัวอื่นไปทั่ว จนทำให้หลายๆคนบอกให้ฉันเอามันไปปล่อยวัด ฉันเองก็เกือบจะคล้อยตามไปแล้ว แต่มาคิดดูอีกที ไหนๆ ก็เลี้ยงมันมาแล้ว ไฉนเลยจะใจดำปล่อยให้มันไปเผชิญชะตากรรมตามลำพังได้ ก็เลยตัดสินใจพามันไปทำหมันที่คลินิกสัตว์ ซึ่งก็ได้ผลค่ะ นิสัยมันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย จากที่เคยอันธพาล มันก็เอาแต่กินๆๆๆ แล้วก็นอนๆๆๆ จนกลายเป็นแมวอ้วนไปโดยปริยาย ฉันก็เลยโล่งใจที่ไม่ต้องทำบาปด้วยการพามันไปปล่อยวัด และก็ไม่ต้องทนฟังเสียงแมวกัดกันอีก

ชีวิตของเจ้าหมูอ้วน
เจ้าเบนซ์เป็นแมวไทยที่มีโครงร่างค่อนข้างเล็ก แต่ด้วยความที่มันกินจุมาก (ฉันให้อาหารแมวเป็นอาหารสำเร็จรูป เนื่องจากสะดวกที่สุด จนทำให้แมวที่เลี้ยงทุกตัวกินข้าวไม่เป็น) ตัวมันก็เลยอ้วนท้วนสมบูรณ์ จนมันมีชื่ออีกชื่อนึงว่า “เจ้าหมูอ้วน” เจ้าเบนซ์เป็นแมวที่ค่อนข้างขี้กลัวมาก อาจจะเป็นเพราะวีรกรรมที่มันเคยก่อไว้ ทำให้มันโดนตีบ่อย ๆ เวลาเพื่อนๆ มาที่บ้าน เพียงแค่มันได้ยินเสียงมันก็จะรีบวิ่งเข้าไปในสวนหลังบ้านทันที และจะไม่ออกมาจนกระทั่งเพื่อนๆ กลับกันหมดแล้วนั่นแหละ ทีนี้ก็เดือดร้อนถึงฉันที่จะต้องคอยเรียกให้มันกลับเข้าบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดึกโน่นแหละมันถึงจะกลับเข้ามา
หลังจากที่มันโดนหั่นจู๋ มันก็เปลี่ยนไป จากที่เคยชอบกัดกับเจ้าบิ๊ก กลับกลายเป็นว่ามันชอบเข้าไปคลอเคลียกับเจ้าบิ๊กซะนี่ มันจะตามเจ้าบิ๊กแจจนบางครั้งเจ้าบิ๊กรำคาญหันไปตบซะทีนึง แต่มันก็ไม่หลาบจำ ปกติเจ้าบิ๊กจะมีที่นอนประจำอยู่ในบ้านหลายที่ เจ้าเบนซ์ก็จะเข้าไปยึดครองเป็นที่นอนประจำของมันแบบไม่รู้ไม่ชี้ซะ

Read Full Post »

ฉันได้สมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มอีก 1ชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจ จากที่มีอยู่แล้ว 3 ชีวิต เรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่งกำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ได้ยินเสียงเจ้ามอมกับเจ้าโต หมาจรจัดที่เลี้ยงไว้ตั้งแต่รุ่นแม่ของมัน (เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะเขียนให้อ่านคราวหลัง) เห่าเสียงดังที่ด้านหลังออฟฟิศ ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่น ก็เลยรีบออกไปดูปรากฏว่า มันกำลังเห่าและพยายามจะปีนขึ้นบนต้นไม้ที่มีลูกแมวหน้าตามอมแมมที่นั่ง (ยืน) อยู่อย่างตัวสั่นงันงกอยู่บนนั้น โดยไม่รอช้ารีบเรียกคุณแม่บ้านให้ไปช่วยไล่ไอ้เจ้าสองตัว ส่วนฉันรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อจะเอาลูกแมวตัวน้อยลงมาให้ได้ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด พอฉันพยายามจะดึงเจ้าตัวน้อย มันก็รีบปีนไปยังกิ่งไม้เล็กๆ กิ่งแล้วกิ่งเล่า จนฉันเกือบถอดใจที่จะไม่ช่วยแล้ว เพราะไม่อยากเสี่ยงตกต้นไม้ใหญ่ตาย (น่าเสียดายตรงที่ยังไม่มีแฟน กลัวจะตอบคำถามยมบาลไม่ถูก) ก็เลยให้คุณแม่บ้านเอาไม้ยาวๆ กระทุ้งตรงบริเวณปลายๆ กิ่งไม้ เพื่อให้มันกลับมายังจุดที่ฉันอยู่ ปรากฏว่าได้ผลชะงัด ฉันก็เลยเอามันลงมาจากต้นไม้ด้วยความทุลักทุเลพอสมควร เมื่อเอาดูใกล้ๆ ตัวมันเล็ก สีน้ำตาล เพศผู้ อายุน่าจะไม่เกิน 2 เดือน ผอมบักโกรกและหน้าตามอมแมมมาก แต่ด้วยความสงสารก็เลยนำกลับไปเลี้ยงที่บ้าน มันก็เลยกลายเป็นสมาชิกใหม่ไปโดยปริยาย น้องสาวฉันก็เลยตั้งชื่อว่า “เจ้าทอง”

ตอนแรกที่นำเจ้าทองกลับไปบ้าน ด้วยความกลัวว่าไอ้เจ้า 3 ตัวที่ฉันเลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้จะเขม่นเอา ก็เลยเอาไปขังไว้ในห้องนอนและเพื่อให้มันคุ้นกับสถานที่ด้วย ซึ่งภายหลัง เวลามันเข้าห้องนี้ทีไรก็เป็นเรื่องทุกที ทำไมน่ะหรือ เวลามันปวดอึ มันจะรีบวิ่งเข้าห้องเพื่อที่จะอึบนเตียงนอนค่ะ ทีนี้ก็เดือดร้อนถึงเจ้าของห้องสิ วันไหนที่ลืมปิดประตูห้อง ก็จะต้องเก็บก้อนอึมันทุกครั้ง ขอโทษค่ะ ไม่ใช่แบบธรรมดานะคะ โคตรเหม็นเลยค่ะ มันก็เลยโดนตีเป็นประจำ แต่ก็ยังไม่หลาบจำซะที น้องสาวก็เลยมีความเห็นว่าน่าจะเป็นเพราะชื่อไม่ถูกโฉลกชัวร์ (เหมือนกับคนเลยนิ) ก็เลยตั้งชื่อใหม่เป็น “เจ้าเบนซ์ ” ซึ่งได้ผลค่ะ อาการชอบถ่ายบนเตียงนอนหายเป็นปลิดทิ้ง นับตั้งแต่นั้นมา มันก็เลยชื่อเจ้าเบนซ์มาจนบัดนี้

วีรกรรมของเจ้าเบนซ์มีมากเนื่องจากมันเป็นเพศผู้ จึงชอบเขม่นกับเจ้าบิ๊กอยู่บ่อยครั้ง มันค่อนข้างอันธพาลมาก ฉันเองยังโดนมันกัดเพียงเพราะมันกำลังโกรธเจ้าบิ๊กจนเป็นแผลเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

Read Full Post »

วันนี้ รู้สึกคิดถึงแมวสองตัวที่ฉันเคยเลี้ยงไว้ตั้งแต่รุ่นแม่ของมัน เป็นแมวสีขาวทั้งสองตัว เพศผู้ชื่อบิ๊ก ส่วนเพศเมียชื่อ ปุ๊กลุก เมื่อสองเดือนที่แล้วฉันเอากลับไปให้แม่เลี้ยงที่บ้านที่ต่างจังหวัด เนื่องจากอพาร์ทเมนท์ที่ฉันย้ายไปอยู่เขาห้ามเลี้ยงสัตว์  (แต่ก็มีแมวที่อพาร์ทเมนท์อยู่ 1 ตัว แล้วฉันจะเล่าให้ฟังในโอกาสหน้า)  ที่จริงถ้าเจ้าของบ้านเช่าเขาไม่ขึ้นราคาค่าเช่าบ้านสูงจนเกินไปนัก ฉันก็ยังไม่คิดจะไปอยู่อพาร์ทเมนท์หรอก ฉันยินดีจ่ายเงินเพื่อจะให้แมวได้อยู่อย่างสบายๆ มากกว่า แต่ก็นั่นแหละ บวกลบคุณหารแล้ว ก็ต้องตัดใจ และอีกอย่างอพาร์ทเมนท์ที่ไปอยู่ก็เป็นของบริษัทฯ ที่จัดให้เป็นสวัสดิการแก่พนักงานด้วย และที่สำคัญคือไม่ต้องรีบตื่นเช้าเพราะที่พักอยู่ใกล้ที่ทำงาน (ไม่อยากบอกเลยว่าฉันเป็นคนที่ชอบนอนตื่นสาย)
     ช่วงแรกที่ไปอยู่ที่อพาร์ทเมนท์ เชื่อมั๊ยว่าฉันนอนร้องไห้คิดถึงเจ้าสองตัวทุกคืน ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาตลอดเวลาเกือบ 6 ปี มันกลายเป็นความผูกพันจนรู้สึกเหมือนกับว่าฉันทำความสุขหล่นหายไปจริงๆ ก็ชีวิตสาวโสดนี่นะ พอไม่มีแมวเป็นเพื่อนก็รู้สึกว่ามันเหงามาก ชีวิตมันว่างเปล่ายังไงพิกล ไม่รู้ว่ามีใครเคยรู้สึกอย่างนี้บ้างหรือเปล่านะ

     ฉันมักจะโทรศัพท์ไปคุยกับแม่เกือบทุกวัน ซึ่งคำถามแรกที่ถามคือ แมวเป็นยังไงบ้าง? หรือบางทีฉันก็คุยโทรศัพท์กับแมวด้วย คุณอาจจะงงว่าแล้วมันฟังรู้เรื่องหรือ ขอตอบว่าแมวฟังรู้เรื่องค่ะ วิธีการคือให้น้องสาวเอาโทรศัพท์ไปแนบหูแมว แล้วฉันก็จะคุยกับมันไปเรื่อยๆ ซึ่งน้องสาวก็บอกว่ามันจะกระดิกหูฟังนิ่งเลยล่ะ แต่อย่าคุยนานก็แล้วกัน เพราะแมวก็คือแมว มันจะจดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ไม่นานหรอก  ถ้าใครจะเอาไอเดียนี้ไปใช้ก็ไม่ว่ากันค่ะ แล้วอย่าลืมเล่าให้ฟังบ้างแล้วกันนะคะ

Read Full Post »

แมวของแม่

*****แม่ฉันเป็นคนรักแมวมาก จนลูกๆ ทุกคนของแม่กลายเป็นคนรักแมวไปด้วย ที่บ้านแม่ (ที่เริ่มต้นอย่างนี้เพราะว่าฉันมี 2 บ้านคือบ้านของตา-ยาย และบ้านแม่) เลี้ยงแมวไว้หลายสิบตัว สาเหตุที่ไม่รู้จำนวนที่แน่นอน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของแมวมีอยู่ตลอดเวลา จนฉันขี้เกียจนับ ส่วนใหญ่เป็นแมวที่เก็บมาจากตลาดบ้าง ชาวบ้านแถวนั้นเอามาปล่อยบ้าง (เพราะรู้ว่าแม่ชอบแมว)  หรือบางครั้งน้องชายไปเจอแมวขาหัก ตาบอด ฯลฯ ก็นำมาให้แม่เลี้ยงด้วยเช่นกัน แต่แม่ก็ไม่เคยบ่นสักครั้ง
     แม่มักจะตั้งชื่อแมวตามสีของมัน เช่น ดำ ขาว ลาย เทา ฯลฯ พอจำนวนแมวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ก็ขี้เกียจตั้งชื่อ ก็จะเรียกเจ้าเหมียวทุกตัว กลายเป็นว่าเวลาเรียกเหมียวทีไร แมวทุกตัวที่ได้ยินเสียงเรียกก็จะวิ่งเข้ามาหาทันที นับว่าประหยัดน้ำลายได้อีกกระบุงโกย
     ทุกๆ เช้าตอนตีห้า ก่อนที่แม่จะออกไปตลาด ไม่ว่าจะรีบหรือยังไงก็ตาม แม่จะต้องให้อาหารแมวก่อนทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นเจ้าเหมียวทั้งหลายก็จะต้องวิ่งตามแม่ไปจนถึงปากซอยโน่นแหละ อาหารของเจ้าแมวก็หนีไม่พ้นข้าวคลุกปลาทู แต่ถ้าวันไหนแม่รีบมากๆ ก็จะให้เป็นอาหารเม็ดแทน ซึ่งเป็นที่ถูกใจบรรดาคุณแมวเป็นที่สุด จนฉันพาลคิดไปเองว่า มันคงอยากให้แม่รีบทุกๆ วัน เพื่อที่จะได้กินอาหารเม็ดอันแสนโอชา ว่าเข้าไปนั่น
     ทุกครั้งก่อนฉันจะกลับไปเยี่ยมบ้านจะต้องโทรถามแม่ก่อนว่าแม่อยากได้อะไร แต่คำตอบเดิมๆ ของแม่คือ ให้ซื้ออาหารแมวกลับไปให้ด้วย “แล้วแม่หล่ะ [...]

Read Full Post »