Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘โรคใกล้ตัว’

โรคทางใจ

เสนาะซื้อเตียงใหม่ประดับทองราคาแพงหลายล้านจากนอก อยากให้ใครๆได้มาเห็นจึงแกล้งป่วย เพื่อให้วงศาคณาญาติและเพื่อนฝูงเข้าไปในห้องและมีโอกาสชื่นชมเตียงของตน
เพื่อนร่วมงานชื่ออภิสิทธิ์นั่งไขว่ห้างดึงชายกางเกงให้สูงขึ้นจนเห็นรองเท้ายี่ห้อดัง
“เป็นอะไรหือ” เสนาะถาม
“ก็เป็นโรคเดียวกับคุณนั่นแหละ”
อภิสิทธิ์ตอบ
จากหนังสือ “สาวิกา ฉบับที่ 40″ เสถียรธรรมสถาน

*******************
โรคทางใจอีกชนิดหนึ่ง

เฉลิมบุตรเป็นลูกรัฐมนตรี ไปไหนมาไหนก็ต้องวางก้ามเดินกร่าง วันหนึ่งขณะที่เดินอยู่บนฟุตบาทในซอยคาวบอยแถวสุขุมวิท เห็นชายหนุ่มอีกคนกำลังเดินสวนมา เนื่องจากทางตรงนั้นค่อนข้างแคบ เดินได้แค่คนเดียว จึงพูดขึ้นว่า
“คนอย่างข้าไม่หลีกทางให้พวกปัญญาอ่อนหรอกโว้ย”
ชายคนนั้นได้ยินเข้า มองหน้าเฉลิมบุตรสักพัก แล้วก็เดินลงจากฟุตบาทพร้อมกับพูดว่า
“แต่ผมหลีกทางให้พวกนี้ครับ”
จากหนังสือ “สาวิกา ฉบับที่ 40″ เสถียรธรรมสถาน

********************

อาหารใจ – ให้อภัย ใจเย็นๆ

ที่ศรีราชา มีภัตตาคารอาหารทะเลแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชามากในด้านฝีมือการปรุงอาหาร
สิ่งที่สะดุดใจผมมากกว่าอาหารก็คือแผ่นรายการอาหาร หรือที่บางคนติดเรียกภาษาตะวันตกว่า เมนู
อาหารแต่ละรายการจะปรากฏชื่อและราคาในแผ่นรายการนั้น ตอนล่างของแผ่นรายการจะมีตัวอักษรพิมพ์ไว้ 4-5 บรรทัด
ผมหยิบขึ้นมาอ่าน ได้พบข้อความว่า
“ถ้าท่านสั่งอาหารไปแล้ว อาหารมาถึงโต๊ะของท่านช้าไปหน่อย ทั้งๆที่บางทีลูกค้าที่สั่งอาหารทีหลังท่านกลับได้อาหารก่อน ขอได้โปรดเข้าใจว่า อาหารแต่ละชนิดมีวิธีปรุงต่างกัน บางอย่างปรุงง่าย บางอย่างปรุงยาก บางอย่างต้องใช้เครื่องประกอบหลายชนิด และต้องใช้เวลาปรุงนานหน่อย เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกปาก
ฉะนั้น ถ้าหากอาหารมาถึงโต๊ะของท่านช้าไป โปรดเข้าใจด้วยว่า นั่นเป็นเพราะเราต้องการปรุงอาหารให้ดีสุดฝีมือเรา”
ด้วยความติดใจข้อความแบบนี้ ผมก็หยิบรายการอาหารแผ่นอื่นมาอ่านดู ก็พบข้อความตอนล่างอีกว่า
“ถ้าบริกร กิริยามารยาทไม่เรียบร้อย หรือพูดจาไม่สุภาพ ขอได้โปรดมีเมตตาและเข้าใจด้วยว่า นั่นเป็นเพราะเขาเรียนมาน้อย ถ้าเขาเรียนมากกว่านี้เขาก็คงไม่ต้องมาเป็นบริกร”
เห็นข้อความอย่างนี้แล้ว ก็เอ่ยปากตำหนิเขาไม่ได้ เพราะความจริงเป็นอย่างที่เขาว่าไว้
ตัวอย่างนี้ ทำให้ผมต้องเก็บมาคิด และมองเห็นว่าความแตกต่างของคนเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนเหมือนกัน แต่ในความเป็นคนก็มีความแตกต่างกันในด้านการศึกษา ทัศนคติ นิสัยใจคอ สิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุของความแตกต่างทั้งนั้น
คิดอย่างนี้ได้ ก็จะใจเย็นขึ้น ยับยั้งชั่งใจมากขึ้น และเคารพผู้อื่นมากขึ้น

จาก “ชีวิตธุรกิจ” โดย ประสาร มฤคพิทักษ์

********************

Read Full Post »

ใครเคยเป็นแผลร้อนในยกมือขึ้น ?
เชื่อว่ามีใครหลายคนก็เคยเป็นโรคนี้นะคะ แผลร้อนในเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเกิดขึ้นที่เยื่อบุผิวของช่องปากที่อาจเกิดเพียงหนึ่งหรือหลายแห่ง ซึ่งเจ็บปวดมาก สาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน สภาพทางจิตใจและสังคม เกิดจากความเครียดและมีการทำงานที่มีความแข่งขันสูง อาจเกิดจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ และภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะขาดธาตุเหล็ก โฟเลท หรือวิตามินบี 12 นอกจากนี้ยังพบได้ในผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน
ลักษณะแผลร้อนใน
1.แผลร้อนในขนาดเล็ก พบได้บ่อยในกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 15-45 ปี พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย มักพบบริเวณเยื่อเมือกด้านริมฝีปาก ด้านแก้ม, กระพุ้งแก้ม และขอบของลิ้น รอยโรคมักปรากฏอยู่ในช่องปาก ประมาณ 14 วัน และมีอาการเจ็บปวดในช่วงสั้นๆ แต่เมื่อเยื่อบุผิวในช่องปากฉีกขาด จะเป็นแผลซึ่งมีลักษณะกลมรี มีสีเหลืองอ่อนและมีความเจ็บปวดมากขึ้น
2. แผลร้อนในขนาดใหญ่ พบได้น้อยกว่าแผลขนาดเล็ก แต่ทำให้ผู้ป่วยมีความเจ็บปวดการทานอาหาร การพูด หรือการกลืนน้ำลายจะยากลำบาก พบได้ทุกบริเวณในช่องปาก การหายของแผลกินเวลาประมาณ 10-40 วัน มักมีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่
3. แผลชนิดคล้ายเฮอร์ปีส์ (herpetiform ulceration) มีลักษณะคล้ายแผลขนาดเล็ก พบได้บ่อยบริเวณใต้ลิ้น เพดานอ่อน ริมฝีปากด้านใน ลักษณะแผลจะเป็นกลุ่มและเจ็บปวด หายได้ภายใน 10-14 วัน ผู้ป่วยมักกลืนลำบาก และน้ำหนักลด เนื่องจากรับประทานอาหารลำบากและไม่เพียงพอ
ในปัจจุบันยังไม่ยาชนิดใดรักษาโรคนี้ให้หายขาด โดยไม่ปรากฏอาการเกิดขึ้นมาอีก ดังนั้น การรักษาที่นิยมในปัจจุบันคือ รักษาไปตามอาการโดยให้ สเตียรอยด์ทาเฉพาะที่ เพื่อลดอาการเจ็บและอาการอักเสบ
เมื่อมีอาการเป็นแผลร้อนใน ควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด และอาหารที่มีกรดหรือรสเปรี้ยวเช่น ผักดอง รวมไปถึงขนมหวานที่เคี้ยวจนเหนียว รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้แผลในปากที่เป็นอยู่มีอาการรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ควรบ้วนปากด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง และถ้าแผลไม่หายภายในสามสัปดาห์ควรไปพบแพทย์
พึงระลึกไว้ว่า แผลร้อนในเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเหนื่อยล้าหรือทรุดโทรม จึงต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงด้วยการกินอาหารให้เหมาะสม นอนหลับอย่างเพียงพอและออกกำลังกายกลางแจ้งในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคนี้ลงไปได้ค่ะ

Read Full Post »