ช่วงนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าและทดท้อกับหลายๆ เรื่องที่ประดังเข้ามา จนฉันรู้สึกว่าจิตใจตัวเองกำลังย่ำแย่สุดๆ แว่บแรกที่ฉันคิดถึงคือบ้าน ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันอยากกลับบ้านเป็นที่สุด บางทีการได้อยู่กับครอบครัวอาจจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นกว่านี้ก็ได้ ไม่รอช้ารีบเขียนใบลาพักร้อนส่งให้เจ้านายด้วยใจตุ้มๆ ต๋อมๆ ด้วยเหตุว่าก่อนหน้าที่ฉันจะตัดสินใจเขียนใบลานั้น ได้ยินเจ้านายบ่นแว่วๆ เรื่องการลาของลูกน้อง แต่ผิดคาดค่ะ ใบลาของฉัน เจ้านายเซ็นอนุมัติโดยไม่อิดออดใดๆ ทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าลืมไปว่าก่อนหน้านี้เคยบ่นอะไรไว้หรือเปล่า หรือเจ้านายฉันมีแผนอะไรอยู่ในใจก็ไม่รู้ แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยฉันก็ได้ลาพักร้อนหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ล่ะน่า…
ครั้งนี้ฉันได้กลับมาอยู่ที่บ้านนานที่สุดในรอบหลายปี แต่ไม่ผิดหวังเลย ได้เจอเพื่อนเก่าๆ มากมาย มีตั้งแต่เพื่อนสมัยเรียนประถม มัธยม ญาติโกโหติกา คนข้างบ้าน คนขายของ ฯลฯ ฉันได้นอนตื่นสาย ได้กินโรตีร้อนๆ กับกาแฟทุกวัน ได้กินกับข้าวฝีมือแม่ ได้กินอาหารทะเลที่สดๆ ใหม่ๆ ที่ใครต่อใครหลายคนติดใจมาแล้ว ฯลฯ
เนื่องจากช่วงที่ฉันลานั้นเป็นวันทำการ เพื่อนๆ จึงทำงานกันหมด ดังนั้น เวลาในตอนกลางวันจึงหมดไปกับการนอนอ่านหนังสือที่ฉันพกติดกระเป๋าไปหลายเล่ม พอตกเย็น เพื่อนก็จะมารับไปเล่นแบดมินตันที่อาคารเอนกประสงค์ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่นั่น ฉันได้พบเพื่อนเก่าอีกหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำงานราชการได้ดิบได้ดีกันหมดแล้ว แต่ทุกคนก็สนุกสนานเฮฮากันเหมือนเดิม….
ในทุกๆ คืน หลังจากกินข้าวกันเสร็จแล้ว ต่อให้อิ่มขนาดไหนก็ตาม [...]
Posts Tagged ‘Add new tag’
กำลังใจดี..ดี
Posted in เรื่องทั่วไป, แท็ก Add new tag, กำลังใจ, ครอบครัว, คิดถึงบ้าน, พักร้อน on ธันวาคม 3, 2008 | Leave a Comment »
เกาะสอง
Posted in ความทรงจำของปินดา, แท็ก Add new tag, ท่าเรือสะพานปลา, พม่า, ระนอง, เกาะสอง on กันยายน 27, 2008 | Leave a Comment »
ในชีวิตช่วงที่ยังเป็นวัยรุ่น ฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เกาะสอง ประเทศพม่าโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งไปครั้งนี้ฟรีหมดเพราะไปในคณะของทหารที่ไปราชการที่นั่น ฉันและเพื่อนผู้หญิงอีกสามคนพร้อมทั้งผู้ใหญ่อีก 2-3 คนไปรอเจ้าหน้าที่บางคนที่ท่าเรือสะพานปลาระนอง ตอนที่กำลังยืนมองโน่นมองนี่ตามประสา สายตาก็ไปจ๊ะเอ๋กับชายหนุ่มหน้าตาดี ซึ่งเขาก็คงจะรู้ว่าพวกเรากำลังแซวกันเองอยู่ ก็เลยเดินเตร่เข้ามาใกล้ๆ ที่พวกเรายืน เพื่อนๆ ก็เลยยิ่งแซวกันใหญ่ ตอนที่พวกเราลงเรือเขาก็ตามลงมานั่งเรือลำเดียวกันอีกต่างหาก (ฉันก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่คนไทยแต่เป็นหนุ่มพม่าที่หน้าตาดี แถมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอะไรประมาณนั้น)
นั่งเรือจากท่าเรือสะพานปลาไปถึงเกาะสองใช้เวลาประมาณสามสิบนาที ตอนที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เกาะสองปกติจะต้องมีการสอบถามรายละเอียด และเสียค่าผ่านทางอีกคนละ 25 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบถามชื่อฉันเป็นคนแรก แต่ไม่ทันได้จ่ายตังค์ เจ้าหน้าที่ที่ฉันไปด้วยก็คุยกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจเป็นภาษาพม่าเสียงรัวเร็ว เขาก็เลยปล่อยให้พวกเราผ่านทางโดยไม่ต้องเสียตังค์ ล่ามเขาก็แปลให้ฟังว่าพวกเรามากับเจ้าหน้าที่ที่มาในราชการไม่ต้องจ่าย ก็เลยสบายไป…
ที่เกาะสองมีตึกใหญ่โตหลายแห่ง แต่ตามตลาดนัดค่อนข้างจะวุ่นวายและดูเก่าๆ โทรมๆ ของที่นี่ราคาถูกมาก ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเลียนแบบและนำเข้าจากจีนแดง เวลาซื้อของจะต้องต่อราคาเต็มที่เพราะจะตั้งราคาสูงไว้มาก บุหรี่ที่นี่ราคาซองละ 10-15 บาท ฉันเองก็ซื้อไปฝากตาหลายซองเหมือนกัน หลังจากเดินวนเวียนอยู่ในตลาดสดจนเมื่อยก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน ร้านที่ฉันไปนั่งทาน ทั้งคนขาย คนเสิร์ฟ และพ่อครัว เป็นผู้ชายทั้งหมด ที่ติดใจอยู่อย่างนึงคือโรตีนุ่มดีและอร่อยด้วยเลยจัดการซะ 2 จาน เวลาเช็คบิลเขาจะคิดราคาเป็นเงินพม่า ได้ยินครั้งแรกก็ตกใจคิดว่าทำไมแพงขนาดนี้ แต่พอเทียบเป็นเงินไทย ราคาก็พอๆกับที่บ้านเรา
การจราจรที่นี่ค่อนข้างวุ่นวายไม่เป็นระเบียบ รถที่วิ่งบนท้องถนนส่วนใหญ่เป็นรถมอเตอร์ไซด์ ทำเอาฉันเกือบโดนรถชนตอนที่กำลังข้ามถนน เป็นรถมอเตอร์ไซด์บรรทุกปี๊บน้ำมันค่ะ ปี๊บชนโดนเข่าเสียงดังมาก ทั้งอายทั้งเจ็บ แถมเจ้าของรถยังหันมายิ้มให้ทีนึงแล้วรีบขับรถหนีหายไปในฝูงรถอันวุ่นวาย ทำเอาวันนั้นทั้งวันฉันต้องมีคนพาเดินข้ามถนนตลอด [...]
เรื่องของเจ้าเหมียวอ้วนตอนสุดท้าย
Posted in เรื่องแมวๆ, แท็ก Add new tag, ความทรงจำ, ความรัก on กันยายน 16, 2008 | 2 Comments »
หลังจากเข้าๆออกๆโรงพยาบาล(สัตว์) ประมาณ 2 ปี อาการของเบนซ์ก็ไม่ดีขึ้น จนถึงช่วงก่อนที่ฉันจะย้ายไปอยู่อพาร์ทเมนท์ไม่กี่วัน อาการเจ้าเบนซ์ก็กำเริบอีก จากที่เคยฉี่ออกเป็นเลือดก็กลายเป็นว่าฉี่ไม่ออกเลย ก็เลยต้องรีบพาไปโรงพยาบาล คราวนี้เจ้าเบนซ์ต้องอยู่ในโรงพยาบาลนานที่สุดคือ 10 วัน เนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ฉันจึงไปเยี่ยมดูอาการมันทุกวันทั้งก่อนไปทำงาน ตอนเที่ยง และตอนกลับจากที่ทำงาน บางคนอาจจะคิดว่าฉันทำเกินไปหรือเปล่า ขอบอกว่าไม่เลย เพราะตามธรรมชาติของแมวถ้าไปอยู่ในที่แปลกถิ่น จะค่อนข้างเครียดและกลัวง่ายมาก ดังนั้น การที่ฉันไปเยี่ยมมันบ่อยก็เป็นการดีตรงที่ทำให้แมวรู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และช่วยไม่ให้แมวเครียดมากกว่าเดิม ทุกครั้งเวลามันเห็นหน้าฉัน มันจะพยายามคลานออกมาหา (มันไม่สบายมากจนเดินไม่ไหว) แล้วเอาหน้ามาถูกับมือของฉันเหมือนจะบอกว่าให้ช่วยเกาคางให้มันหน่อย…
จนวันที่ 11 อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งฉันก็เดาว่าน่าจะเป็นเพราะมันอยู่ในกรงแคบเป็นเวลานาน ก็เลยขออนุญาตคุณหมอนำแมวกลับไปที่บ้าน เมื่อเจ้าเบนซ์กลับถึงบ้าน หน้าตาของมันก็ดูสดใสขึ้นมากจนฉันเบาใจ แต่พอนอนที่บ้านได้สองคืน เจ้าเบนซ์ก็อาการหนักอีก ฉันก็พาไปหาหมออีกครั้ง เจ้าเบนซ์นอนที่โรงพยาบาลได้ 1คืน พอวันที่สองตอนเที่ยงฉันแวะไปเยี่ยมมันที่โรงพยาบาล ครั้งนี้มันไม่สามารถลุกเองได้เลย มันนอนมองหน้าฉันด้วยแววตาที่ดูแปลกๆ ไป ฉันนั่งเกาคางและพูดกับมันไปเรื่อยๆ ได้สักพัก ฉันก็กลับบ้าน หลังจากฉันกลับถึงบ้านประมาณ 1 ชั่วโมง ทางโรงพยาบาลก็โทรไปแจ้งว่าเจ้าเบนซ์เสียแล้ว ฉันก็รีบกลับไปที่โรงพยาบาลทันที……โชคดีที่กรงของเจ้าเบนซ์อยู่บริเวณด้านหลังโรงพยาบาล ฉันก็เลยนั่งร้องไห้อยู่ข้างกรงได้อย่างไม่อายใคร…..
หลังจากร้องไห้ไปได้ซักพักใหญ่ ฉันก็ถามคุณหมอถึงค่ารักษาเจ้าเบนซ์ แต่เชื่อมั๊ยว่าคุณหมอไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว บอกแต่ว่าหมอเสียใจด้วย แล้วมองหน้าฉันอย่างเข้าใจ แถมยังบอกอีกว่าจะฝากเจ้าเบนซ์ไว้กับหมอก็ได้ แต่พอหมอบอกว่าจะต้องเผา ฉันก็เลยรีบปฏิเสธ โชคดีที่แม่มาที่ภูเก็ตพอดี ก็เลยได้ฝากให้แม่นำไปฝังที่บ้านที่ต่างจังหวัด ตอนหลังแม่ก็โทรมาเล่าว่าแปลกมากที่ร่างของเจ้าเบนซ์ยังนิ่มเหมือนแมวยังไม่ตายทั้งๆ [...]
แมวของแม่
Posted in เรื่องแมวๆ, แท็ก Add new tag on มิถุนายน 18, 2008 | Leave a Comment »
*****แม่ฉันเป็นคนรักแมวมาก จนลูกๆ ทุกคนของแม่กลายเป็นคนรักแมวไปด้วย ที่บ้านแม่ (ที่เริ่มต้นอย่างนี้เพราะว่าฉันมี 2 บ้านคือบ้านของตา-ยาย และบ้านแม่) เลี้ยงแมวไว้หลายสิบตัว สาเหตุที่ไม่รู้จำนวนที่แน่นอน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของแมวมีอยู่ตลอดเวลา จนฉันขี้เกียจนับ ส่วนใหญ่เป็นแมวที่เก็บมาจากตลาดบ้าง ชาวบ้านแถวนั้นเอามาปล่อยบ้าง (เพราะรู้ว่าแม่ชอบแมว) หรือบางครั้งน้องชายไปเจอแมวขาหัก ตาบอด ฯลฯ ก็นำมาให้แม่เลี้ยงด้วยเช่นกัน แต่แม่ก็ไม่เคยบ่นสักครั้ง
แม่มักจะตั้งชื่อแมวตามสีของมัน เช่น ดำ ขาว ลาย เทา ฯลฯ พอจำนวนแมวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ก็ขี้เกียจตั้งชื่อ ก็จะเรียกเจ้าเหมียวทุกตัว กลายเป็นว่าเวลาเรียกเหมียวทีไร แมวทุกตัวที่ได้ยินเสียงเรียกก็จะวิ่งเข้ามาหาทันที นับว่าประหยัดน้ำลายได้อีกกระบุงโกย
ทุกๆ เช้าตอนตีห้า ก่อนที่แม่จะออกไปตลาด ไม่ว่าจะรีบหรือยังไงก็ตาม แม่จะต้องให้อาหารแมวก่อนทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นเจ้าเหมียวทั้งหลายก็จะต้องวิ่งตามแม่ไปจนถึงปากซอยโน่นแหละ อาหารของเจ้าแมวก็หนีไม่พ้นข้าวคลุกปลาทู แต่ถ้าวันไหนแม่รีบมากๆ ก็จะให้เป็นอาหารเม็ดแทน ซึ่งเป็นที่ถูกใจบรรดาคุณแมวเป็นที่สุด จนฉันพาลคิดไปเองว่า มันคงอยากให้แม่รีบทุกๆ วัน เพื่อที่จะได้กินอาหารเม็ดอันแสนโอชา ว่าเข้าไปนั่น
ทุกครั้งก่อนฉันจะกลับไปเยี่ยมบ้านจะต้องโทรถามแม่ก่อนว่าแม่อยากได้อะไร แต่คำตอบเดิมๆ ของแม่คือ ให้ซื้ออาหารแมวกลับไปให้ด้วย “แล้วแม่หล่ะ [...]